Mix & Match เตียงนอนให้เข้ากับสีห้องนอนของคุณ

เอส เค ซี 222 (ประเทศไทย) บจก. ผู้ผลิตและจำหน่ายเตียงเหล็ก ที่นอน และเตียงนวดสปา

 

                ปัญหาหนึ่งของผู้ที่ต้องการซื้อที่นอนใหม่นั่นคือ จะซื้อที่นอนสีไหนให้เข้ากับห้องนอน เนื่องจากว่าเราต่างก็อยากให้ห้องนอนของเราสวยและน่านอน ซึ่งหลายๆท่านก็มีไอเดียแต่งห้องนอนให้สวยงามหลากหลายสไตล์ บางท่านก็อาจดูเรื่องสีมงคลหรือใช้หลักฮวงจุ้ยเข้ามาช่วยในการเลือกจัดองค์ประกอบต่างๆในห้องนอน ซึ่งในบทความนี้ก็จะมาแนะนำไอเดียในการเลือกที่นอนให้เข้ากับห้องนอนของท่าน

 

ที่นอนสีดำ

 

 

ชื่อสินค้า: เตียงที่นอนมาสเตอร์

 

รายละเอียดสินค้า: หัวเตียงปรับระดับขึ้น-ลงได้ หัวนวมนุ่ม ประดับขอบด้วย หมุดรมดําสุดคลาสสิค

 

 

                ที่นอนสีดำนั้นจะให้ลุคหรูหรา มีระดับ แต่เนื่องจากเตียงสีดำนั้นเป็นสีเข้ม จึงแนะนำให้จับคู่กับห้องสีสว่างเพื่อเสริมให้เตียงสีดำดูโดดเด่นขึ้นมา เช่น สีขาว สีครีมอ่อน สีเทาอ่อน ซึ่งหลายๆท่านก็อาจจะเล่นสีขาวดำสลับกันก็จะทำให้ห้องนอนมีลุคทันสมัย เรียบหรู และเหมาะกับผู้อยู่อาศัยทุกช่วงวัย นอกจากนี้อาจติดตั้งที่นอนสีดำในห้องสีพาสเทลก็เข้ากันได้ดีเช่นกัน หรือถ้าต้องการเพิ่มสีสันให้ห้องนอนมากขึ้นก็อาจจะใช้เครื่องนอนหรือเฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันเพื่อตัดกับสีดำเพื่อให้ห้องมีชีวิตชีวามากขึ้น

 

 

ชื่อสินค้า: เตียงที่นอนริชชี่

 

รายละเอียดสินค้า: หัวเตียงปรับระดับขึ้น-ลงได้ ดีไซน์ยอดนิยมทั้ง 3 แบบ ราคาประหยัด

 

 

ที่นอนสีขาว

 

 

ชื่อสินค้า: เตียงที่นอนลัคกี้

 

รายละเอียดสินค้า: เตียงดีไซน์ที่ได้รับความนิยมที่สุด ด้วยงานแฮนด์เมด ดึงกระดุมคริสตัลเทียม ประดับด้วยหมุดทองด้านข้าง วางมุมไหนก็สวย

 

 

                สำหรับที่นอนสีขาวนั้นถือเป็นที่นอนที่ได้รับความนิยมอีกสีหนึ่งเลย เนื่องจากเป็นสีที่มีความคลาสสิคและเข้ากับได้ดีกับห้องนอนหลากหลายสไตล์ แต่อย่างไรก็ตาม ที่นอนสีขาวก็อาจจะไม่ค่อยเหมาะกับห้องสีที่มีสีขาวล้วน เพราะจะทำให้ที่นอนกลืนไปกับสีพื้นหลัง ดังนั้นจึงแนะนำให้จับคู่ที่นอนสีขาวกับห้องที่ทาสีสันต่างๆหรือเป็นห้องที่มีการตกแต่งด้วยเครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องนอนสีต่างๆ เช่นสีพาสเทลที่จะช่วยเสริมให้ห้องดูสว่างแต่ยังคงความโดดเด่นด้วยสีสันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสีฟ้าพาสเทล, สีชมพูพาสเทล, หรือสีม่วงพาสเทล เป็นต้น อีกทั้งยังเข้ากันได้ดีกับห้องสีฉูดฉาด ซึ่งจะทำให้เตียงนอนโดดเด่นขึ้นมากและทำให้ห้องนอนดูสดใส มีชีวิตชีวามากขึ้นด้วย ส่วนห้องสีเข้มก็ทำนองเดียวกัน ซึ่งโดยส่วนมากจะเล่นสีผสมกัน 2-3 สี เช่น ขาว-ดำ, ขาว-น้ำตาลเข้ม, ขาว-เทา-น้ำตาล, ขาว-น้ำตาลเข้ม-น้ำตาลอ่อน, ขาว-ดำ-แดง เป็นต้น

 

 

ชื่อสินค้า: เตียงที่นอนสโนไวท์

 

 

                และถ้าหากท่านกำลังมองหาที่นอนสำหรับการตกแต่งห้องนอนของท่าน เรามีที่นอนหลากหลายรูปแบบให้ท่านได้เลือกซื้อ นอกจากนี้เรายังมีเตียงเหล็กและเตียงนวดสปาอีกมากมาย โดยที่ท่านสามารถเลือกชมเตียงแบบต่างๆหรือติดต่อเราได้ที่เว็บไซต์ SKC222.thailandpocketpages.com

 

ขอบคุณแหล่งข้อมูล

 

เฟอร์นิเจอร์ ของใช้ในบ้าน อาคารและสำนักงาน

 

https://furniture.thailandpocketpages.com

 

หมวดหมู่จากเว็บไซต์ www.thailandpocketpages.com เอส เค ซี 222 (ประเทศไทย) บจก. เว็บไซต์ที่รวบรวมหมวดหมู่ไว้เป็นปัจจุบันมากที่สุด

น้ำมันหล่อลื่นสำหรับงานโลหะ

น้ำมันหล่อลื่นสำหรับงานโลหะ

 

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

 

          น้ำมันหล่อลื่นสำหรับงานโลหะ หรือน้ำมันตัดกลึง หรือน้ำยาหล่อเย็น เป็นชื่อเรียกขานกันทั่วไปในวงการอุตสาหกรรม Machining & Metal Fabrication Process น้ำมันในกลุ่มนี้ถูกออกแบบให้มีคุณสมบัติเป็นสารหล่อเย็น มีคุณสมบัติหล่อลื่นระบายความร้อนได้ดีเยี่ยมจากการเลือกใช้ Base Oil Paraffinic คุณภาพสูง มีเทคโนโลยี Biostable เพื่อป้องกันการบูดเน่าเมื่อไม่ได้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังต้องคงความสามารถในการลดแรงเสียดทานได้ดีจึงช่วยยืดอายุของใบมีด (Tool Life) ให้สูงขึ้น ด้วยสารเพิ่มการหล่อลื่น สารรับแรงกดสูง (EP) และสารลดการสึกหรอ (Anti-Wear) เพื่อให้เหมาะกับงานตัดกลึงที่ความเร็วรอบสูง (High Speed Regime) งานตัดกลึงเจียระไนโลหะทุกประเภท เช่น อลูมิเนียมอัลลอย, ทังสเตนคาร์ไบด์, เหล็กไฮสปีด, เหล็กเหนียว, เหล็กดำ โดยมีคุณสมบัติในการแทรกซึม ปราศจากการฟุ้งกระจายของน้ำมัน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการลุกไหม้ มีสาร Anti-Oxidation ยืดอายุการใช้งานของน้ำมันได้สูงสุดถึง 2 ปีขึ้นไป ทั้งยังลดปัญหาฟองล้นและแยกตัวจากน้ำมันปนเปื้อน เช่น น้ำมันไฮดรอลิก, น้ำมันรางเลื่อน และจาระบีได้ดี

 

เลือกเกรดน้ำมันให้เหมาะสม

 

          น้ำมันถ่ายเทความร้อน น้ำมันหล่อลื่นสำหรับ Machining & Metal Fabrication Process ควรเลือกโดยคำนึงถึงกระบวนการทำงานเป็นหลัก เช่น อุณหภูมิใช้งาน, ความเร็วรอบที่ตัดเฉือนหรือรีดโลหะ, ความสม่ำเสมอในการใช้งาน (Oil Circulation) อย่างต่อเนื่อง, วัสดุที่ถูกตัดกลึงและ Material Removal Rate อันเป็นเหตุให้เกิดความร้อน, ระดับการป้องกันสนิมที่ต้องการเคลือบชิ้นงาน ซึ่งสัมพันธ์กับระยะเวลาส่งมอบชิ้นงาน หรือลักษณะการนำชิ้นงานไปใช้ของลูกค้า, ความใสของ Cutting Oil ที่ต้องการเพื่อให้สามารถสังเกตเห็นชิ้นงานขณะตัดกลึง เป็นต้น

 

ไฮคัท ซิน ดับบลิว 10

 



 

 

          น้ำมันตัดกลึงโลหะชนิดผสมน้ำคุณภาพสูงพิเศษ เกรดสังเคราะห์ 100% เหมาะสำหรับงานตัดกลึงที่มีความเร็วของใบมีดหรือหัวเจาะสูง เหมาะสำหรับงานเจียระไนโดยเฉพาะ

 



 

 

ไฮคัท เซมิ ดับบลิว 30

 



 

 

          น้ำมันตัดกลึงโลหะชนิดผสมน้ำคุณภาพสูง เกรดกึ่งสังเคราะห์ เหมาะสำหรับงานตัดกลึงที่มีความเร็วของใบมีดหรือหัวเจาะปานกลาง และมีภาระงานค่อนข้างหนัก

 



 

 

ไฮคัท ดับบลิว 10

 



 

 

          น้ำมันตัดกลึงโลหะชนิดผสมน้ำ เกรดน้ำมันแร่ (Mineral) เมื่อผสมน้ำแล้วจะมีลักษณะเป็นสีขาวคล้ายน้ำนม (Milky) ผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานชนิดพาราฟินิก (Paraffinic) คุณภาพสูง ผสมสารเพิ่มคุณภาพช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย เหมาะสำหรับหล่อลื่นและระบายความร้อนงานตัดกลึงโลหะทั่วไป

 



 

 

          ท่านสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับงานโลหะ รวมถึงสินค้าอื่น ๆ เช่น จาระบี, น้ำมันเกียร์อุตสาหกรรม, น้ำมันไฮดรอลิก และผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นคอมเพรสเซอร์ได้ที่ ptt.brandexdirectory.com

 

ขอบคุณแหล่งข้อมูล

 

เคมีภัณฑ์

 

https://chemical.brandexdirectory.com

 

หมวดหมู่จากเว็บไซต์ www.brandexdirectory.com เว็บไซต์ที่รวบรวมสินค้าอุตสาหกรรมไว้มากที่สุด

เลือกน้ำมันหล่อลื่นอย่างไรให้เหมาะกับเครื่องจักรอุตสาหกรรม

เลือกน้ำมันหล่อลื่นอย่างไรให้เหมาะกับเครื่องจักรอุตสาหกรรม

 

 

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

 

 

          น้ำมันหล่อลื่นมีบทบาทและความสำคัญกับอุตสาหกรรมแทบทุกอุตสาหกรรม โดยคุณสมบัติพื้นฐานทั่วไปของน้ำมันหล่อลื่นอุตสาหกรรม ได้แก่ ช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างผิวโลหะ ป้องกันการสึกหรอ และระบายความร้อน เป็นต้น หลักการเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการเลือกน้ำมันหล่อลื่นในทุกอุตสาหกรรม คือหลัก 3 ตรง ดังนี้

 

 

1. ตรง ชนิดของเครื่องจักร

 

 

          ในขั้นตอนนี้ให้พิจารณาคู่มือของเครื่องจักรเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก โดยการเลือกน้ำมันหล่อลื่นให้ตรงชนิดของเครื่องจักรที่คู่มือระบุ ไม่ใช้น้ำมันหล่อลื่นข้ามชนิด ด้วยหลักการทำงานที่แตกต่างกันของเครื่องจักรแต่ละชนิด อาจทำให้มีส่วนผสมระหว่างน้ำมันพื้นฐานและสารเพิ่มคุณภาพที่แตกต่างกัน

 

 

2. ตรง เบอร์ความหนืด

 

 

          มาตรฐานเบอร์ความหนืด แบ่งออกเป็น 2 มาตรฐานใหญ่ๆ

 

 

2.1. มาตรฐานเบอร์ความหนืด SAE - Society of Automotive Engineers ใช้สำหรับน้ำมันหล่อลื่นภาคยานยนต์ และ

 

 

2.2. มาตรฐานเบอร์ความหนืด ISO VG - International Standards Organization Viscosity Grade ใช้สำหรับน้ำมันหล่อลื่นภาคอุตสาหกรรม

 

 

          นอกจากการเลือกให้ตรงมาตรฐานเบอร์ความหนืดแล้ว การเลือกเบอร์ความหนืดให้ตรงตามที่เครื่องมือเครื่องจักรระบุ ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน การเลือกใช้เบอร์ความหนืดที่ต่ำเกินไป อาจส่งผลให้ชิ้นส่วนเครื่องจักรสัมผัสกันง่ายขึ้น เกิดความร้อนขึ้นในระบบ การเลือกใช้เบอร์ความหนืดที่สูงเกินไป อาจส่งผลให้ระบบใช้พลังงานสูงขึ้น ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ

 

 

3. ตรง มาตรฐาน

 

 

          มาตรฐานของน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องจักรแต่ละชนิดอาจแตกต่างกันไปตามสภาวะการใช้งาน ซึ่งเป็นที่มาของการใช้น้ำมันพื้นฐานและสารเพิ่มคุณภาพที่แตกต่างกัน การใช้น้ำมันหล่อลื่นที่ตรงมาตรฐานที่เครื่องมือเครื่องจักรระบุไว้ ช่วยให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าท่านกำลังเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นที่ได้มาตรฐานตามที่คู่มือกำหนด

 

 

ไดร์ฟวีร่า ซินเธติค ดับบลิว

 

 

 

 

          น้ำมันเกียร์อุตสาหกรรมสังเคราะห์พอลิอัลคิลีน ไกลคอล (PAG) ซึ่งมีประสิทธิภาพการป้องกัน การเกิด Micropitting ดีเยี่ยม และมีความสามารถในการรับแรงได้อย่างดี รวมทั้งยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักร อีกทั้งพัฒนาขึ้นโดยคัดสรรสารเติมแต่งที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันการเสื่อมสภาพจากความร้อนดีเยี่ยม มีอัตราชะลอการสึกหรอสูง และป้องกันการกัดกร่อนได้ดี

 

 

 

 

ไดร์ฟวีร่า ซินเธติค เอส

 

 

 

 



           น้ำมันเกียร์อุตสาหกรรมที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน SIEMENS FLENDER ผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานสังเคราะห์ ผสมสารรับแรงกดชนิดพิเศษ โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ทำให้ปกป้องผิวของฟันเฟืองจากการเกิด Micropitting ได้อย่างโดดเด่น อีกทั้งยังทนต่อการเสื่อมสภาพจากความร้อนและการเกิดคราบโคลนได้ดีทำให้มีอายุการใช้งานยาวนาน ช่วยประหยัดพลังงานลงได้ 1-3 เปอร์เซ็นต์

 

 

 

 

ไดร์ฟวีร่า เอสเอฟ

 

 

 

 

          ผลิตภัณฑ์น้ำมันเกียร์อุตสาหกรรมที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน SIEMENS FLENDER ผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานคุณภาพพิเศษ ผสมสารเพิ่มคุณภาพช่วยเพิ่มคุณสมบัติป้องกันการเกิด Micropitting ช่วยป้องกันการสึกหรอของแบริ่งและฟันเฟืองได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมเพิ่มคุณสมบัติป้องกันการเกิดฟอง ช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน

 

 

 

 

          ท่านสามารถเลือกซื้อน้ำมันเกียร์อุตสาหกรรม รวมถึงสินค้าอื่นๆเช่นผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นคอมเพรสเซอร์  จาระบี ผลิตภัณฑ์น้ำมันไฮดรอลิก และผลิตภัณฑ์สำหรับงานโลหะ น้ำมันไฮดรอลิค ได้ที่ ptt.brandexdirectory.com

 

 

ขอบคุณแหล่งข้อมูล
เคมีภัณฑ์
https://chemical.brandexdirectory.com
หมวดหมู่จากเว็บไซต์ www.brandexdirectory.com เว็บไซต์ที่รวบรวมสินค้าอุตสาหกรรมไว้มากที่สุด 

เลือกน้ำมันหล่อลื่นอย่างไรให้เหมาะกับเครื่องจักรอุตสาหกรรม

เลือกน้ำมันหล่อลื่นอย่างไรให้เหมาะกับเครื่องจักรอุตสาหกรรม

 

 

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

 

 

          น้ำมันหล่อลื่นมีบทบาทและความสำคัญกับอุตสาหกรรมแทบทุกอุตสาหกรรม โดยคุณสมบัติพื้นฐานทั่วไปของน้ำมันหล่อลื่นอุตสาหกรรม ได้แก่ ช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างผิวโลหะ ป้องกันการสึกหรอ และระบายความร้อน เป็นต้น หลักการเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการเลือกน้ำมันหล่อลื่นในทุกอุตสาหกรรม คือหลัก 3 ตรง ดังนี้

 

 

1. ตรง ชนิดของเครื่องจักร

 

 

          ในขั้นตอนนี้ให้พิจารณาคู่มือของเครื่องจักรเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก โดยการเลือกน้ำมันหล่อลื่นให้ตรงชนิดของเครื่องจักรที่คู่มือระบุ ไม่ใช้น้ำมันหล่อลื่นข้ามชนิด ด้วยหลักการทำงานที่แตกต่างกันของเครื่องจักรแต่ละชนิด อาจทำให้มีส่วนผสมระหว่างน้ำมันพื้นฐานและสารเพิ่มคุณภาพที่แตกต่างกัน

 

 

2. ตรง เบอร์ความหนืด

 

 

          มาตรฐานเบอร์ความหนืด แบ่งออกเป็น 2 มาตรฐานใหญ่ๆ

 

 

2.1. มาตรฐานเบอร์ความหนืด SAE - Society of Automotive Engineers ใช้สำหรับน้ำมันหล่อลื่นภาคยานยนต์ และ

 

 

2.2. มาตรฐานเบอร์ความหนืด ISO VG - International Standards Organization Viscosity Grade ใช้สำหรับน้ำมันหล่อลื่นภาคอุตสาหกรรม

 

 

          นอกจากการเลือกให้ตรงมาตรฐานเบอร์ความหนืดแล้ว การเลือกเบอร์ความหนืดให้ตรงตามที่เครื่องมือเครื่องจักรระบุ ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน การเลือกใช้เบอร์ความหนืดที่ต่ำเกินไป อาจส่งผลให้ชิ้นส่วนเครื่องจักรสัมผัสกันง่ายขึ้น เกิดความร้อนขึ้นในระบบ การเลือกใช้เบอร์ความหนืดที่สูงเกินไป อาจส่งผลให้ระบบใช้พลังงานสูงขึ้น ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ

 

 

3. ตรง มาตรฐาน

 

 

          มาตรฐานของน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องจักรแต่ละชนิดอาจแตกต่างกันไปตามสภาวะการใช้งาน ซึ่งเป็นที่มาของการใช้น้ำมันพื้นฐานและสารเพิ่มคุณภาพที่แตกต่างกัน การใช้น้ำมันหล่อลื่นที่ตรงมาตรฐานที่เครื่องมือเครื่องจักรระบุไว้ ช่วยให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าท่านกำลังเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นที่ได้มาตรฐานตามที่คู่มือกำหนด

 

 

ไดร์ฟวีร่า ซินเธติค ดับบลิว

 

 

 

 

          น้ำมันเกียร์อุตสาหกรรมสังเคราะห์พอลิอัลคิลีน ไกลคอล (PAG) ซึ่งมีประสิทธิภาพการป้องกัน การเกิด Micropitting ดีเยี่ยม และมีความสามารถในการรับแรงได้อย่างดี รวมทั้งยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักร อีกทั้งพัฒนาขึ้นโดยคัดสรรสารเติมแต่งที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันการเสื่อมสภาพจากความร้อนดีเยี่ยม มีอัตราชะลอการสึกหรอสูง และป้องกันการกัดกร่อนได้ดี

 

 

 

 

ไดร์ฟวีร่า ซินเธติค เอส

 

 

 

 



           น้ำมันเกียร์อุตสาหกรรมที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน SIEMENS FLENDER ผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานสังเคราะห์ ผสมสารรับแรงกดชนิดพิเศษ โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ทำให้ปกป้องผิวของฟันเฟืองจากการเกิด Micropitting ได้อย่างโดดเด่น อีกทั้งยังทนต่อการเสื่อมสภาพจากความร้อนและการเกิดคราบโคลนได้ดีทำให้มีอายุการใช้งานยาวนาน ช่วยประหยัดพลังงานลงได้ 1-3 เปอร์เซ็นต์

 

 

 

 

ไดร์ฟวีร่า เอสเอฟ

 

 

 

 

          ผลิตภัณฑ์น้ำมันเกียร์อุตสาหกรรมที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน SIEMENS FLENDER ผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานคุณภาพพิเศษ ผสมสารเพิ่มคุณภาพช่วยเพิ่มคุณสมบัติป้องกันการเกิด Micropitting ช่วยป้องกันการสึกหรอของแบริ่งและฟันเฟืองได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมเพิ่มคุณสมบัติป้องกันการเกิดฟอง ช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน

 

 

 

 

          ท่านสามารถเลือกซื้อน้ำมันเกียร์อุตสาหกรรม รวมถึงสินค้าอื่นๆเช่นผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นคอมเพรสเซอร์  จาระบี ผลิตภัณฑ์น้ำมันไฮดรอลิก และผลิตภัณฑ์สำหรับงานโลหะ น้ำมันเทอร์ไบน์ ได้ที่ ptt.brandexdirectory.com

 

 

ขอบคุณแหล่งข้อมูล
เคมีภัณฑ์
https://chemical.brandexdirectory.com
หมวดหมู่จากเว็บไซต์ www.brandexdirectory.com เว็บไซต์ที่รวบรวมสินค้าอุตสาหกรรมไว้มากที่สุด 

ปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้น้ำมันไฮดรอลิก

ปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้ “น้ำมันไฮดรอลิก”

 

 

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

 

 

         ระบบไฮดรอลิกเป็นระบบส่งกำลังที่ถูกนำไปใช้กับเครื่องจักร เครื่องยนต์ รวมทั้งระบบออโตเมชั่นอย่างแพร่หลาย ปัจจุบันพบว่าระบบไฮดรอลิกเป็นส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมแทบทุกประเภท อาทิ เครื่องจักรและเครื่องยนต์ที่ใช้กับอุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมเหล็ก เป็นต้น การพัฒนาเทคโนโลยีของระบบไฮดรอลิกได้ดำเนินไปพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีของของไหลที่ใช้กับระบบไฮดรอลิก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนากระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม และส่งผลต่อการแข่งขันระหว่างโรงงานอุตสาหกรรมดังกล่าว

 

 

          น้ำมันไฮดรอลิก (Hydraulic Fluid) นับว่าเป็นกลุ่มสารหล่อลื่น (Lubricants) ที่มีความสำคัญและมีผลกระทบต่อคนในวงกว้างมากที่สุดเป็นอันดับที่สอง รองจากน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ (Engine Oil) สัดส่วนปริมาณการใช้งานของน้ำมันไฮดรอลิกเท่ากับ 13-14% เมื่อเทียบกับปริมาณการใช้งานสารหล่อลื่นทุกชนิด และถ้าพิจารณาเฉพาะในกลุ่มน้ำมันไฮดรอลิก จะพบว่าน้ำมันไฮดรอลิกประเภทน้ำมันแร่มีปริมาณการใช้สูงที่สุด

 

 

          ระบบไฮดรอลิกในปัจจุบัน สามารถจำแนกได้เป็น 2 กลุ่ม ตามลักษณะการใช้งาน ได้แก่

 

 

- ระบบไฮดรอลิกที่อยู่กับที่ (Static Hydraulic System)

 

 

- ระบบไฮดรอลิกที่เคลื่อนที่ได้ (Mobile Hydraulic System)

 

 

         ซึ่งแต่ละระบบจะมีความต้องการน้ำมันไฮดรอลิกที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ในระยะหลัง ระบบไฮดรอลิกได้ถูกพัฒนาขีดความสามารถให้ทำงานได้ที่อุณหภูมิและความดันสูงขึ้น และใช้ปริมาณน้ำมันไฮดรอลิกลดลง ซึ่งแนวโน้มในการพัฒนาความสามารถของระบบไฮดรอลิกเช่นนี้ ทำให้น้ำมันที่ใช้กับระบบไฮดรอลิกต้องสามารถรองรับการทำงานในสภาวะที่รุนแรงมากขึ้น การพัฒนาคุณสมบัติของน้ำมันที่ใช้ในระบบไฮดรอลิกทั้งในปัจจุบันและในอนาคตนับว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ เพราะสามารถช่วยประหยัดพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการบำรุงรักษา ลดปริมาณการสึกหรอของเครื่องจักรและช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรให้ยาวนาน

 

 

          การเลือกน้ำมันไฮดรอลิก จะต้องคำนึงถึงการใช้งานเป็นหลัก หัวข้อที่ควรนำมาพิจารณาเพื่อเลือกใช้น้ำมันไฮดรอลิกได้แก่ อุณหภูมิและแรงดันที่ใช้งานจริง การออกแบบระบบไฮดรอลิก คำแนะนำของผู้ผลิตเครื่องจักร ชนิดของปั๊ม อายุการใช้งานที่ต้องการ และสภาวะสิ่งแวดล้อม โดยมีหลักเกณฑ์ในการเลือก คือ เลือกน้ำมันไฮดรอลิกที่มีความหนืดต่ำที่สุด ที่สามารถใช้งานได้โดยไม่ทำให้เกิดปัญหา เช่น ไม่ทำให้เกิดการสึกหรอของปั๊มไฮดรอลิก และเนื่องจากความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกเปลี่ยนแปลงได้มากเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน ดังนั้นระบบไฮดรอลิกที่ดีจึงควรควบคุมให้มีอุณหภูมิการใช้งานอยู่ในช่วงแคบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อลดการเปลี่ยนแปลงความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด ณ อุณหภูมิที่ใช้งานจริง น้ำมันไฮดรอลิกที่สามารถทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพ ควรมีความหนืดอยู่ในช่วง 16-36 mm2s-1 นอกจากนี้ยังมีค่าความหนืดที่แนะนำสำหรับการใช้งานขณะเริ่มสตาร์ท และขณะที่ใช้งานจริง แบ่งตามชนิดของปั๊มที่ใช้ (ตารางที่ 1)

 

 

ตารางที่ 1: ค่าความหนืดสูงสุดที่สามารถใช้งานได้ในขณะระบบไฮดรอลิกเริ่มทำงาน และค่าความหนืดต่ำสุดที่สามารถใช้งานได้ที่อุณหภูมิไม่เกิน 90°C ของน้ำมันไฮดรอลิก แบ่งตามชนิดของปั๊มไฮดรอลิกที่ใช้งาน (ค่าความหนืดที่แสดงในตารางเป็นค่าความหนืดขณะทำงานจริง)

 

 

 

 

จากค่าความหนืดขณะใช้งานจริงที่เหมาะสมดังแสดงเมื่อเทียบเป็นเบอร์ความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกที่เหมาะสมสำหรับการทำงานในสภาวะต่าง ๆ สามารถเทียบได้ดังนี้ 

 

 

ตารางที่ 2: เบอร์ความหนืดของน้ำมันไฮดรอลิกที่เหมาะสม สำหรับการใช้งานที่อุณหภูมิและแรงดันต่าง ๆ แบ่งตามชนิดของปั๊มไฮดรอลิก

 

 

 

 

        สำหรับระบบไฮดรอลิกที่ทำงานที่สภาวะความดันต่ำถึงปานกลาง อุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำมันในระบบไฮดรอลิกควรอยู่ในช่วง 40-50°C แต่ถ้าหากเป็นระบบไฮดรอลิกที่ทำงานที่สภาวะความดันสูง (400 bar ขึ้นไป) อุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำมันในระบบไฮดรอลิกนั้นสามารถเพิ่มขึ้นไปได้อีกประมาณ 10-20°C และอุณหภูมิของน้ำมันไฮดรอลิกไม่ควรสูงกว่า 90°C ไม่ว่าจะเป็นจุดใด ๆ ก็ตาม ซึ่งจุดที่อันตรายที่สุดคือ จุดที่น้ำมันออกจากปั๊ม เนื่องจากเป็นจุดที่น้ำมันจะสัมผัสกับแรงดัน และ speed ของปั๊ม ทำให้น้ำมันไฮดรอลิกที่จุดนี้จะมีอุณหภูมิสูงที่สุด ถ้าหากพบว่าระบบไฮดรอลิกที่มีอุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมต่ำ แต่อุณหภูมิของน้ำมันไฮดรอลิก ณ จุดที่ออกจากปั๊มมีค่าสูงเกิน 90°C ก็ควรจะทำการ flushing ปั๊มและมอเตอร์ไฮดรอลิก

 

 

      จาระบีอุตสาหกรรม       การใช้งานน้ำมันไฮดรอลิกส่วนใหญ่จะใช้เบอร์ความหนืด 10, 22 (สำหรับการใช้งานที่อุณหภูมิต่ำ), 32, 46 และ 68 และมักจะมีค่าดัชนีความหนืดประมาณ 100 สำหรับน้ำมันไฮดรอลิกที่มีค่าดัชนีความหนืดสูง จะใช้สำหรับระบบไฮดรอลิกที่ทำงานที่อุณหภูมิสูง ทำงานที่อุณหภูมิสิ่งแวดล้อมต่ำและระบบไฮดรอลิกเคลื่อนที่ เป็นต้น การเติมสารเพิ่มคุณภาพเพื่อเพิ่มค่าดัชนีความหนืด จะต้องมั่นใจว่าสารเพิ่มคุณภาพดังกล่าวจะต้องมี Shear Stability ที่ดี สามารถคงความหนืดได้ตลอดอายุการใช้งานของน้ำมันไฮดรอลิก สำหรับระบบไฮดรอลิกเก่าที่ใช้งานมานานแล้ว แนะนำให้ใช้น้ำมันไฮดรอลิกที่มีความหนืดสูงขึ้น เพื่อป้องกันการรั่วของน้ำมันไฮดรอลิกและเพื่อป้องกันการสึกหรอ

 

 

ไฮดรอลิก ไบโอซิน

 

 

 

 



          ผลิตภัณฑ์น้ำมันไฮดรอลิกอุตสาหกรรมชนิดสังเคราะห์ เบอร์ความหนืด 32/46/68 มีจุดเด่นในเรื่องของการย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติประเภท HEES (Environmentally Acceptable Hydraulic Fluids: ISO 15380) ทำให้สอดคล้องกับข้อกำหนดและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม EPA Vessel General Permit (VGP) มีอายุการใช้งานยาวนานมาก ทนความร้อนได้ดีเป็นพิเศษ มีคุณสมบัติป้องกันการสึกหรอของเครื่องจักรได้ดี และมีความสามารถในการคงค่าความหนืดที่ดี เหมาะสำหรับการใช้ในสภาวะที่อุณหภูมิแตกต่างกันมาก และต้องการน้ำมันที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้มีความสามารถย่อยสลายตัวได้มากกว่า 60% อ้างอิงจากผลการทดสอบ OECD 301B. ไม่ควรใช้ผสมกับน้ำมันหล่อลื่นที่มีสารชะล้าง เช่น น้ำมันเครื่องหรือน้ำมันไฮดรอลิกยานยนต์

 

 

 

 



ไฮดรอลิก เอช วี ไอ

 

 



 

 

 

          น้ำมันไฮดรอลิกอุตสาหกรรมคุณภาพสูง เบอร์ความหนืด 15/32/46/68/100 ผสมผสานสารเพิ่มค่าดัชนีความหนืดชนิดพิเศษ ทำให้คงความหนืดได้ดี สามารถทำงานได้ทั้งในสภาวะอุณหภูมิต่ำ-สูงอย่างเต็มประสิทธิภาพ และมีคุณสมบัติต้านทานการสึกหรอที่ดีเยี่ยม ช่วยปกป้องเครื่องจักรได้ดีแม้ในสภาวะการใช้งานหนัก เหมาะสำหรับระบบไฮดรอลิกของเครื่องจักรกลหนักหรือแรงดันสูง เช่น เครื่องจักรกลงานก่อสร้างและเครื่องจักรกลการเกษตร ไม่ควรใช้ผสมกับน้ำมันหล่อลื่นที่มีสารชะล้าง เช่น น้ำมันเครื่อง หรือ น้ำมันไฮดรอลิกยานยนต์

 

 

 

 



ไฮดรอลิก

 

 



 

 

 

        น้ำมันไฮดรอลิกคุณภาพสูงชนิดต้านทานการสึกหรอ เบอร์ความหนืด 32/37/46/68/100 มีคุณสมบัติต้านทานการสึกหรอที่ดีเยี่ยม ช่วยปกป้องอุปกรณ์และชิ้นส่วนต่างๆ ภายในเครื่องจักรได้อย่างดีเยี่ยม และยังช่วยป้องกันการเกิดคราบจัดติดภายในระบบไฮดรอลิก เหมาะสำหรับระบบไฮดรอลิกในกลุ่มอุตสาหกรรมและเครื่องจักรกลหนักที่มีภาระงานรุนแรง ไม่ควรใช้ผสมกับน้ำมันหล่อลื่นที่มีสารชะล้าง เช่น น้ำมันเครื่องหรือน้ำมันไฮดรอลิกยานยนต์

 

 



 

 

          ท่านสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับไฮดรอลิก รวมถึงสินค้าอื่นๆเช่นจาระบี น้ำมันเกียร์อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์สำหรับงานโลหะ และผลิตภัณฑ์สำหรับก่อสร้างได้ที่ ptt.brandexdirectory.com

 

ขอบคุณแหล่งข้อมูล
เคมีภัณฑ์
https://chemical.brandexdirectory.com
หมวดหมู่จากเว็บไซต์ www.brandexdirectory.com เว็บไซต์ที่รวบรวมสินค้าอุตสาหกรรมไว้มากที่สุด  

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15